ย้อนกลับไปชมงานอีกครั้ง

ZONE 1 : FUTURE SUSTAINABLE SOCIETY



ปรัชญาของโตโยต้า
แนวคิดแบบโตโยต้า
ระบบการผลิตแบบโตโยต้า
โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์
ชีวพนาเวศ
โตโยต้าเมืองสีเขียว
โครงการถนนสีขาว
โครงการสาทรโมเดล


ZONE 2 : MOBILITY OF HAPPINESS



วิวัฒนาการของระบบเครื่องยนต์ และพลังงาน
ระบบความปลอดภัยของโตโยต้า
บริการรูปแบบใหม่สำหรับการเดินทาง


ZONE 3 : FUTURE SHOWROOM & SERVICE



ประสบการณ์แห่งความสุข
โชว์รูมแห่งอนาคต
ลานกิจกรรม


ZONE 1 : FUTURE SUSTAINABLE SOCIETY

ปรัชญาของโตโยต้า


แนวคิดแบบโตโยต้า


ระบบการผลิตแบบโตโยต้า (Toyota Production System : TPS)


คือกระบวนการผลิตที่มุ่งเน้นให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยลดต้นทุนการผลิต ด้วยการกำจัดของเหลือหรือของส่วนเกินต่างๆจากกระบวนการผลิต และใช้เวลาสั้น

หลักการสำคัญในการลดต้นทุนการผลิตของ TOYOTA คือ Just In Time (JIT) & JIDOKA
Just In Time (JIT)
ระบบการผลิตสินค้าทันเวลาพอดี หมายถึงมีการวางแผนและเตรียมการมาอย่างดี ทำให้ผลิตและส่งมอบสินค้าได้ตามกำหนดเวลาในปริมาณที่ต้องการ รวมทั้งมีสินค้าค้างน้อยลง
JIDOKA
การควบคุมคุณภาพอัตโนมัติ ทำให้สินค้าได้มาตรฐาน ช่วยการไหลของระบบให้มีประสิทธิภาพ ลดเวลาการทำงานและป้องกันของเสีย หรือ หยุดการทำงานและแก้ไขทันทีเมื่อพบปัญหา


Karakuri Kaizen
เป็นการปรับปรุงการทำงานโดยลดการใช้พลังงาน ด้วยการใช้แรงโน้มถ่วงหรือพลังงานธรรมชาติ แทนการใช้ไฟฟ้า ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ ซึ่งการทำงานด้วยวิธีดังกล่าว ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็น "ศูนย์"

คำว่า Karakuri เป็นภาษาญี่ปุ่น เขียนด้วยตัวคันจิ ที่มีรากศัพท์มาจากคำว่า "เส้นด้าย" ซึ่งหมายความว่าการชักใยด้วยเส้นด้าย โดยมีที่มาคือตุ๊กตาที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของผู้สร้าง โดยการใช้กลไกง่ายๆ ในการทำให้เกิดการเคลื่อนไหวที่ละเอียดซับซ้อน

โครงการโตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์


เกิดจากการสั่งสมความรู้และประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจโตโยต้ากว่า 70 ปี ได้แก่ ระบบการผลิตแบบโตโยต้า วิถีโตโยต้า วัฒนธรรมไคเซ็น และหลักปรัชญาลูกค้าเป็นที่ 1 นำมาประมวลเป็น “นวัตกรรมองค์กร” เพื่อถ่ายทอดสู่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ผู้ประกอบการโอทอป
โดยมุ่งหวังให้ผู้ประกอบการไทยสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ สามารถอยู่รอดและสร้างความเติบโตได้ด้วยตนเอง เป็นการช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ให้เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

โตโยต้า นำองค์ความรู้ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มาปรับเปลี่ยนบริบทให้เข้ากับสภาพการทำงานแบบไทย โดยเน้นการปรับเปลี่ยนแนวคิดให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาและแก้ปัญหาธุรกิจได้ด้วยตนเอง ภายใต้กระบวนการ “รู้-เห็น-เป็น-ใจ” พร้อมแนวทางการวัดผลการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 5 ดัชนีชี้วัดทางธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจที่ได้รับการถ่ายทอดจะมีผลประกอบการ และผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

“คุณภาพ” คือพื้นฐานแห่งความ “ถูกใจ”
การส่งมอบงานที่มีคุณภาพ คือพื้นฐานของการดำเนินธุรกิจ โตโยต้าจึงให้ความสำคัญกับการตรวจสอบคุณภาพงาน ก่อนจะส่งไปยังกระบวนการถัดไปครบ 100% (Jidoka) เพื่อให้มั่นใจว่าผลงานที่ออกมา จะสามารถส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดต่อลูกค้า อีกทั้งหากเกิดการตรวจพบงานที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็จะสามารถทำการแก้ไขได้ทันที ไม่ส่งไปยังกระบวนการถัดไป เพื่อลดการสูญเสีย ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

โตโยต้าได้ถ่ายทอดหลักคิดดังกล่าว สู่กลุ่มตัดเย็บเสื้อโปโล ฮาร์ท โอทอป โดยได้เพิ่มสถานีตรวจสอบคุณภาพตลอดกระบวนการ พร้อมทำการปรับปรุง (Kaizen) เพิ่มประสิทธิภาพงานตรวจสอบคุณภาพ


ตัวอย่างการไคเซ็นประสิทธิภาพสถานีการตรวจงานตัด



กิจกรรมไคเซ็นกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ ณ กลุ่มตัดเย็บเสื้อโปโล ฮาร์ท โอทอป มีส่วนช่วยให้สามารถส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพแก่ลูกค้า สร้างความมั่นใจในการซื้อซ้ำ และสามารถลดความสูญเสียในการผลิต ได้ถึงกว่า 8 ล้านบาทต่อปี (ก่อนไคเซ็น 8.5 ล้านบาทต่อปี ปัจจุบันพบความสูญเสียราว 150,000 บาทต่อปี)

อ่านละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/tsi/

วิดีโอสาธิตการปรับปรุงประสิทธิภาพสถานีการตรวจงานตัดเสื้อโปโล


การจำลองการแก้ไขความผิดพลาดในการวัดขนาด และลดเวลาการตรวจสอบเสื้อด้วยการวัดเสื้อบนโต๊ะที่มี Scale พร้อมไฟ LED ซ่อนไว้ด้านล่าง เพื่อลดการเคลื่อนไหวในการตรวจสอบเนื้อผ้า

ชีวพนาเวศ


ศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน "ชีวพนาเวศ" ตั้งอยู่ที่โรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์ บนพื้นที่กว่า 60 ไร่ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก


ป่านิเวศ (Eco Forest) คือป่าดั้งเดิมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ก่อนสภาพป่าจะถูกทำลาย ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ในป่านิเวศเป็นต้นไม้สายพันธุ์ที่เหมาะสม กับสภาพแวดล้อมของพื้นที่นั้นๆ ซึ่งการปลูกป่านิเวศตามหลักการของ ศ.ดร.อาคิระ มิยาวากิ จะทำให้ต้นไม้มีอัตราการรอดตายสูง (มากกว่า 90%) และร่นระยะเวลาการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติให้เร็วขึ้น 10 เท่า และสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้มากกว่าการปลูกป่าโดยทั่วไป

ไบโอโทป (Biotope) เป็นการสร้างถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต โดยมนุษย์เป็นผู้สร้างเลียนแบบธรรมชาติ เพื่อสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ที่ถูกสร้างขึ้นตามปรัชญา “จากนภา ผ่านภูผา สู่มหานที”

อาคารชีวพนาเวศ (Sustainable Learning Building) ห้องนิทรรศการระบบนิเวศบนดิน-ใต้ดิน และเป็นสถานที่ทำกิจกรรมเรียนรู้ธรรมชาติ

อ่านละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/cheewa-panavet/

โตโยต้าเมืองสีเขียว


เป็นต้นแบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อให้มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนโดยใช้องค์ความรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า 5 ด้านคือ

ลดใช้พลังงาน
ส่งเสริมพลังงานทดแทน เช่น แสงแดด ลม น้ำ ไฮโดรเจน เพราะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเป็นพลังงานที่ยั่งยืนในอนาคต

การอนุรักษ์น้ำ
ใช้น้ำอย่างประหยัด นำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ พัฒนาแหล่งน้ำ และป้องกันน้ำเกิดมลพิษ

การจัดการขยะ
จัดการขยะครบวงจร ตั้งแต่ต้นทาง จนถึงปลายทาง ช่วยกันลด คัดแยก และนำขยะกลับไปใช้ประโยชน์

เพิ่มพื้นที่สีเขียว
อนุรักษ์ต้นไม้ที่มีอยู่เดิม และปลูกไม้ยืนต้น หรือปลูกป่านิเวศ (Eco Forest) ตามทฤษฎีของ ศ.ดร.อาคิระ มิยาวากิ เพื่อช่วยกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้โลก

เดินทางอย่างยั่งยืน
ลดการใช้น้ำมัน เปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทน จัดการด้านผังเมืองเพื่อลดพลังงานในการเดินทางให้น้อยที่สุด

อ่านละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/envi/

ประวัติของโตโยต้า "ถนนสีขาว"


ตลอดระยะเวลา 29 ปี "โครงการถนนสีขาว" ได้มุ่งมั่นรณรงค์ให้คนไทยเห็นถึงความสำคัญของการเคารพกฎจราจร และมีน้ำใจต่อกันบนท้องถนน วินัย+น้ำใจ = ความปลอดภัย โดยมุ่งเน้นแก้ปัญหาใน 3 ปัจจัยหลักของอุบัติเหตุ

คน
ดำเนินกิจกรรมครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเริ่มตั้งแต่กลุ่มเด็กนักเรียน ผ่านกิจกรรมเมืองจราจรจำลอง เน้นการให้ความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกการใช้รถใช้ถนนอย่างถูกต้อง กลุ่มเยาวชน ดำเนินโครงการอบรมขับขี่ ปลอดภัยภายใต้หลักสูตร Safe Driving Education ผ่านความร่วมมือของกรมการขนส่งทางบก โดยร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศในการให้ความรู้การขับขี่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งการลดจำนวนอุบัติเหตุอย่างยั่งยืน

รถ
ร่วมกับผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า บริการตรวจสภาพรถยนต์ในช่วงเทศกาลสำคัญก่อนการเดินทาง และร่วมกับภาครัฐในการเปิดบูทบริการตรวจสภาพรถแก่ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา

ถนน
สร้างวงเวียนต้นแบบเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ผ่านโครงการถนนแห่งรอยยิ้ม และโครงการถนนต้นแบบแห่งความปลอดภัย ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์อุบัติเหตุทางถนนด้าน วิศวกรรมถนน โดยเริ่มจากการวิเคราะห์และค้นหาสาเหตุ และปัจจัยการเกิดอุบัติเหตุบนถนน พร้อมแนวทางการแก้ไขจุดเสี่ยง และปรับปรุงถนนอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/roadsafety/#home

Safe Eco Driving Project (โครงการประหยัด ขับปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม)


ในปี พ.ศ. 2555 กรมการขนส่งทางบก และ บริษัทโตโยต้าฯ ร่วมมือพัฒนาหลักสูตรครูฝึกอบรมขับขี่ปลอดภัย หรือ Safe Driving Education ถ่ายทอดแก่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า โดยนำความรู้ที่ได้รับเผยแพร่ให้แก่ประชาชนทั่วไป ผู้สอบใบขับขี่มือใหม่ นักศึกษา ฯลฯ มีผู้เข้ารับการอบรมทั่วประเทศ 51,510 คน

ในปี พ.ศ. 2558 ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก พัฒนาหลักสูตรใหม่ชื่อว่า Safe Eco Driving โดยเพิ่มมิติ องค์ความรู้ด้านการขับขี่แบบประหยัดพลังงาน เพื่อช่วยลด CO2 และภาวะเรือนกระจก ควบคู่กับเทคนิคการขับขี่ปลอดภัย ให้แก่เจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัด และครูฝึกจากผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ เทคนิคการขับขี่ปลอดภัยที่ผ่านมาได้เผยแพร่ความรู้แก่ประชาชน 21,055 คน

หลักสูตรการอบรมประกอบด้วย
1. ภาคทฤษฎี
  • การสร้างจิตสำนึกการขับขี่ปลอดภัย การสร้างทัศนคติที่ดีต่อผู้ใช้รถใช้ถนน การคาดการณ์อุบัติเหตุ มุมอันตรายกับการคาดการณ์
  • พรบ. การจราจร และกฎหมายการจราจรที่เกี่ยวข้อง
2. ภาคปฏิบัติ
  • การจัดท่านั่ง การวางเท้าขณะขับรถ
    Slalom การควบคุมบังคับรถในขณะฉุกเฉิน
    Break ระยะเบรกรถที่ปลอดภัยขณะขับรถ
    Blindspots + Non Driving จุดบอดและข้อจำกัดวิสัยทัศน์การขับขี่

เรียก ลด งด คาด


โครงการสาทรโมเดล


คือโครงการนำร่องเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรบนถนนสาทรอย่างยั่งยืน ซึ่งได้ริเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. 2557 โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งจากภาคเอกชน 70 บริษัท และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ร่วมแก้ไขปัญหาจราจรแบบบูรณาการ ทำให้โครงการมีความคืบหน้าไปเป็นอย่างมาก
การแก้ปัญหาจราจร มีดังต่อไปนี้


ควบคุมปริมาณการจราจร
  • จอดแล้วจร : เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางสู่ถนนสาทร
    โครงการจอดแล้วจร (Park & Ride Scheme) มาตรการเพิ่มทางเลือกสำหรับการเดินทางของประชาชนเข้าสู่พื้นที่ถนนสาทร จากความร่วมมือของสมาคมค้าปลีกไทย และสมาคมห้างสรรพสินค้าไทย ที่แบ่งปันพื้นที่จอดรถให้กับโครงการ ทำให้มีพื้นที่จอดรถในโครงการรวมทั้งหมด 14 แห่ง สามารถรองรับรถยนต์ได้มากกว่า 2,500 คัน ซึ่งในปัจจุบันมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการนี้ 267 คัน
  • โครงการรถรับส่ง : เพื่อลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลบริเวณถนนสาทร
    โครงการรถโรงเรียน (School Bus) หนึ่งในมาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในบริเวณถนนสาทร ภายใต้โครงการรถรับส่งที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และ โรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม เพื่อสนับสนุนให้ผู้ปกครองมาใช้รถบัสที่ทันสมัยของโครงการสาทรโมเดล สำหรับรับ-ส่งบุตรหลาน
  • มาตรการเหลื่อมเวลาทำงาน : เพื่อกระจายปริมาณรถยนต์ในช่วงเวลาเร่งด่วน
    มาตรการเหลื่อมเวลาทำงาน (Flexible Working Time) เพื่อกระจายปริมาณรถยนต์ที่เข้าสู่พื้นที่ถนนสาทรในชั่วโมงเร่งด่วน


จัดการจราจร
  • จัดช่องจราจรพิเศษ ในช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเช้า
  • จัดการจราจรหน้าโรงเรียน
    จัดการจราจรหน้าโรงเรียน หยุดรับส่งนักเรียนแล้วรีบเคลื่อนรถไป (Kiss & Go) แนวทางนี้จะทำให้ช่องทางเดินรถ มีการไหลต่อเนื่องไม่ติดขัด โครงการได้ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล โรงเรียน และผู้ปกครอง กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ให้หยุดรถรับ-ส่ง เพียง 1 เลนจราจร แทนของเดิมที่จอด 3 เลน ทำให้ความเร็วในการเดินทางเพิ่มขึ้นร้อยละ 30
  • ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดปริมาณการจราจรแบบเรียลไทม์
    ช่วยให้กำหนดสัญญาณไฟได้เหมาะสมกับสภาพจราจร

1. รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine Vehicle)




คือรถยนต์ที่ได้รับความนิยมและใช้งานอยู่ทั่วไปทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งใช้การสันดาปของเชื้อเพลิง (เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์) กับตัวออกซิไดซ์อากาศในห้องเผาไหม้ในเครื่องยนต์สันดาปภายใน ทำให้เกิดการขยายตัวของแก๊สและความดันสูง ซึ่งจะส่งแรงโดยตรงไปที่ลูกสูบหรือหัวฉีดเพื่อนำไปขับเคลื่อนรถยนต์

โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โตโยต้าได้พัฒนารถยนต์ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า และความเหมาะสมกับพลังงานแต่ละประเภท เช่นในยุคที่น้ำมันมีราคาแพง โตโยต้าได้พัฒนารถยนต์โตโยต้าโซลูน่าที่ประหยัดเชื้อเพลิง แต่ยังคงประสิทธิภาพที่ดีในการขับขี่ อีกทั้งยังใช้วิศวกรคนไทยในการออกแบบทั้งหมด และยังคงพัฒนารถยนต์ขนาดเล็กออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าทั้งเรื่องความประหยัด ประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นในการใช้เชื้อเพลิง

2. รถยนต์เครื่องยนต์ไฮบริด



คือรถที่มีแหล่งกำเนิดของพลังงานมากกว่า 1 แห่ง หรือ รถที่เกิดจากความพยายามในการรวมข้อดีของแหล่งพลังงานแต่ละชนิดเข้าด้วยกัน โดยโตโยต้าถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกของโลก ที่สามารถนำเทคโนโลยีไฮบริดมาใช้ในการผลิตเชิงพาณิชย์ หรือ MASS PRODUCTION กับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นพรีอุสในปี 1997 หลังจากนั้น รถยนต์ไฮบริดก็ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และมีรถยนต์รุ่นใหม่ถูกส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนประกอบพื้นฐานของระบบไฮบริด ยังต้องใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน เป็นระบบหลักของการขับเคลื่อน แต่มีมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่เสริมการทำงาน และแบตเตอรี่สำหรับเก็บกระแสไฟฟ้าเพิ่มเข้ามา รถยนต์ไฮบริดยังต้องเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเหมือนกับรถยนต์ทั่วไป แต่การที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาช่วยทำงาน ทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นกว่า 30% และมีระบบที่เข้ามาช่วยให้มีค่ามลพิษในไอเสียต่ำลง

3. รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด


คือรถยนต์ไฮบริดที่มีการพัฒนาเพิ่มขึ้น ให้สามารถรองรับระบบการชาร์จไฟโดยตรงเข้าไปที่รถยนต์ และเก็บไว้ในแบตเตอรี่ไฟฟ้า เพื่อนำไปใช้ในการขับเคลื่อนรถ โดยรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดจะมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่ารถยนต์ไฮบริดทั่วไป
ปัจจุบันรถโตโยต้าปลั๊กอินไฮบริดมีวิวัฒนาการก้าวไกล พร้อมประสิทธิภาพที่ดีขึ้นจนทำให้ Prius Plug-in Hybrid รุ่นล่าสุด มีระยะทางวิ่งสูงสุด 68 กม. หากวิ่งในโหมดรถไฟฟ้า และสามารถวิ่งได้ระยะทางรวมกว่า 1,000 กม. เมื่อเติมน้ำมันและชาร์จไฟเต็ม นอกจากนี้ Prius Plug-in Hybrid ได้ติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธี่ยมไอออน เพื่อต่อยอดไปยังการผลิตรถไฟฟ้าในอนาคตอีกด้วย

4. รถยนต์ไฟฟ้า


คือรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยใช้พลังงานไฟฟ้าที่ได้จากการชาร์จไฟเข้าไปเก็บอยู่ในแบตเตอรี่ หรืออุปกรณ์เก็บพลังงานไฟฟ้าแบบอื่นๆ
ปัจจุบันการใช้รถพลังงานไฟฟ้ายังคงพบอุปสรรคและข้อจำกัดมากมาย เช่น ราคาที่สูงกว่า การขาดโครงสร้างพื้นฐานสำหรับชาร์จพลังงาน (นอกจากการชาร์จตามที่อยู่อาศัย) และความกังวลพิสัย (ความกลัวที่เกิดในคนขับว่าพลังงานไฟฟ้าที่เก็บในแบตเตอรี่จะหมดก่อนถึงที่หมาย เนื่องจากพิสัยที่มีจำกัดในรถพลังงานไฟฟ้า) รวมถึงความทนทานของอุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งจากปัจจัยเหล่านี้ทำให้รถไฟฟ้าในต่างประเทศ เป็นที่นิยมนำมาใช้ในการเดินทางระยะสั้นในเมือง (City Commuter) เพื่ออำนวยความสะดวกในการหาที่จอดรถและสถานีชาร์จในเมือง

สำหรับรถไฟฟ้านั้นจะไม่มีการปล่อยมลภาวะที่ตัวรถ แต่เนื่องจากในประเทศไทยพลังงานไฟฟ้าที่ใช้อยู่ ผลิตมาจากก๊าซธรรมชาติและถ่านหินเป็นหลักกว่า 80% ซึ่งกระบวนการผลิตจากทั้ง 2 แหล่งนั้น สร้างมลภาวะจำนวนมาก จึงทำให้รถพลังงานไฟฟ้ายังคงสร้างมลภาวะทางอ้อมอยู่

5. รถยนต์พลังงานเซลล์เชื้อเพลิง


รถยนต์ Fuel-cell เป็นรถยนต์ไฟฟ้าเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิง ซึ่งเป็นพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนโดยเชื้อเพลิงไฮโดรเจน (H2) และออกซิเจน (O2) โดยมีอุปกรณ์ (Fuel Cell Stack) ที่ทำให้เกิดปฎิกิริยาเคมีไฟฟ้าระหว่างออกซิเจนกับไฮโดรเจน ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงไปเป็นพลังงานไฟฟ้า
ปัจจุบันรถยนต์ Toyota Mirai คือรถยนต์พลังงานเซลล์เชื้อเพลิง ที่จัดจำหน่ายเชิงพาณิชย์รุ่นแรกของโลก โดยเปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2014 และออกวางจำหน่ายครั้งแรกในโลก วันที่ 15 ธันวาคมในปีเดียวกัน ซึ่งเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงนั้น โตโยต้าได้มุ่งมั่นพัฒนามายาวนานกว่า 25 ปี

Safety Technology Structure


ระบบความปลอดภัยของโตโยต้า


เทคโนโลยีความปลอดภัยของโตโยต้า (Active Safety Technology) สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ในอนาคต กับระบบความปลอดภัย “Toyota Safety Sense”
  • ระบบความปลอดภัยก่อนการชน
    การเตือนด้วยภาพและเสียงจะทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักถึงความจำเป็นในการใช้เบรก นอกจากนี้หากผู้ขับขี่ใช้แรงกดเบรกไม่เพียงพอ อุปกรณ์ช่วยเบรกจะทำงานเพื่อให้การเบรกมีประสิทธิภาพมากขึ้น และหากผู้ขับขี่ไม่สามารถเบรกได้ทันเวลา ระบบอัตโนมัติจะทำงานทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการชน หรือเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเส้นทาง
    โดยใช้กล้องเพื่อตรวจจับช่องทางการจราจร ถ้าหากความสนใจของผู้ขับขี่ถูกดึงไปยังจุดอื่น และยานพาหนะเบี่ยงเบนออกนอกช่องทาง ระบบจะแจ้งเตือนด้วยภาพและเสียง เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ
    จะทำงานในระหว่างขับขี่ในเวลากลางคืน ระบบจะใช้กล้องตรวจจับยานพาหนะที่อยู่ด้านหน้า หรือยานพาหนะที่กำลังจะสวนทางมา และจะทำการปรับระดับไฟระหว่างไฟสูง และไฟต่ำโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้การใช้งานของไฟสูง จะเพิ่มความสามารถในการมองเห็นคนเดินเท้า หรือสิ่งกีดขวางได้
  • กล้องตรวจจับวัตถุ
    นอกจากจะช่วยหลีกเลี่ยงการชนกับยานพาหนะอื่นแล้ว สัญญาณเรดาร์ของกล้องจะสามารถตรวจจับโดยใช้คลื่นความถี่ระยะใก ล้ เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงการชนกับคนเดินถนนอีกด้วย
  • ระบบเรดาร์ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
    ช่วยให้การขับขี่ตามเส้นทางบนทางหลวง มีการรักษาระยะห่างระหว่างยานพาหนะ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเพลิดเพลินกับการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น โตโยต้าจึงรวมเอาเทคโนโลยีการตรวจจับ และเทคโนโลยีการควบคุมยานพาหนะที่ล้ำสมัย และเชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยและเพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่ในทุกสถา นการณ์

เทเลเมติคส์ (Telematics)


New Mobility Service


Park & Go


Ha:mo


"Ha:mo" หรือ "Harmonious Mobility Network" เป็นนวัตกรรมการแบ่งปันรถกันใช้ด้วยยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Compact EV Car Sharing) ซึ่งใช้เชื่อมต่อระหว่างระบบขนส่งสาธารณะ และการเดินทางส่วนบุคคลได้อย่างอิสระไร้รอยต่อ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ของการเดินทางในเมือง
ประโยชน์ที่ได้รับต่อสังคมและตัวคุณ

ดีต่อสังคม
  • Mobility of Happiness ขับเคลื่อนความสุข เพิ่มทางเลือกใหม่ของการเดินทาง
  • Green Society สังคมสีเขียว ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • Freedom of movement สังคมของการเดินทางอย่างมีอิสระ


ดีต่อตัวคุณ
  • Cost Saving ประหยัดค่าบริการตามที่ใช้งานจริง ไม่มีค่าจอดรถและค่าน้ำมัน
  • Ride Anytime ขับเมื่อต้องการด้วยระบบการจองที่ง่ายดาย ใช้บริการได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
  • Convenient Driving สะดวกคล่องแคล่วด้วยยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ขับขี่สะดวกแม้เส้นทางที่แคบ
  • Free from Stress สบายไม่เครียด มีสถานีบริการใกล้ระบบขนส่งมวลชน และคลอบคลุมพื้นที่บริการ



CU TOYOTA Ha:mo
คือความร่วมมือของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและโตโยต้า ในการทดลองระบบการใช้รถไฟฟ้าขนาดเล็กพิเศษร่วมกัน โดยใช้วิ่งภายในพื้นที่โดยรอบจุฬาฯ พร้อมสถานีชาร์จไฟฟ้า เพื่อใช้เดินทางเชื่อมต่อ BTS MRT และรถโดยสารประจำทาง

ชีวิตง่ายๆ กับ TOYOTA SMART MOBILITY


ประสบการณ์แห่งความสุข


TOYOTA Happiness Experience


TOYOTA After Sale


TOYOTA Sure


จุดตรวจสภาพรถเบื้องต้น





ชนเบา



ชนหนัก



น้ำท่วม

FUTURE SHOWROOM


ประมวลภาพกิจกรรม